เลื่อนเปิดเทอม

ในเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้ไวรัสนั้น ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงไปแต่อย่างใด การป้องกันชีวิตของประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ทำการเลื่อนการเปิดภาคเรียนของนักเรียนทั่วประเทศจากวันที่ 16 พฤษภาคม ให้เลื่อนออกไป

เปิดเทอมวันที่ 1 กรกฎาคม นั้น จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดทั้งตัวของนักเรียนเองและผู้ปกครองรวมถึงครูอาจารย์ทั่วประเทศ เพราะเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโควิด นั้นสามารถติดต่อกันได้โดยการแพร่กระจายของละอองฝอยของเชื้อโรคเหมือนเชื้อกลุ่มไข้หวัดใหญ่

และการสัมผัสของสิ่งที่ปนเปื้อนจากสารคัดหลั่ง จึงเป็นเหตุให้ติดต่อกันได้ง่ายและเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตประชาชน ประกอบกับที่ในเวลานี้ยังไม่มีวัคซีน ป้องกันโรคทั้งยังไม่มียารักษาโรคได้โดยตรง จึงทำให้มีการติดเชื้อและเสียชีวิตของผู้ป่วยมากขึ้นทุกวัน

เพื่อเป็นการป้องกันและผลกระทบต่อนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ ตลอดผู้ปกครองที่ต้องมารับส่งบุตรหลานนั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบการปรับเปลี่ยนวันในการเปิดภาคเรียนออกไป

ซึ่งถ้าหากเมื่อถึงเวลาการเปิดภาคเรียนดังกล่าวนั้น สถานการณ์ยังไม่สามารถคลี่คลาย หรือมีการป้องกันที่ดีได้นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี เปลี่ยนแนวทางการศึกษาให้เป็นการศึกษาแบบออนไลน์ เพราะเนื่องด้วยเกรงว่า หากมีการเลื่อนออกไปอีกนั้น โดยที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดหรือจบเมื่อไหร่จะทำให้มีผลกระทบค่อนข้างหลายด้านกับทั้งระบบการศึกษาเอง

รวมไปถึงผู้เรียนที่จะทำให้มีการเสียเวลาไปเรื่อยๆ ดังนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการจะเริ่มมีการปรึกษาหารือ กับโรงเรียนที่อยู่ในระบบของกระทรวงศึกษาธิการ และกับโรงเรียนที่เป็นเอกชน หรือนอกระบบของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหาแผนตั้งรับในกรณีที่วันที่ 1 กรกฎาคม

ก็ยังไม่สามารถเปิดได้ รวมถึงการให้ทางโรงเรียนต่างๆ ทั้งในระบบกระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนนอกระบบกระทรวงศึกษาธิการ หรือเอกชน จัดทำแผนการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนในการรวบรวมหลักสูตรของการเรียนการสอนกับระยะเวลาที่ขาดหายไปในภาคเรียนการศึกษาที่หนึ่ง เพื่อให้เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นได้เรียนหนังสือครบตามหลักสูตร

และจำนวนชั่วโมงเรียนที่ได้มีข้อกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติการศึกษา หรือจัดแจ้งการดำเนินการปิดภาคเรียนเทอมหนึ่ง ซึ่งแต่ละโรงเรียนอาจจะปิดไม่ตรงกัน และเปิดเรียนไม่ตรงกันในภาคเรียนที่สอง เพื่อทำการชดเชยการเรียนของภาคเรียนที่หนึ่งที่ได้ขาดหายไป

โดยให้ทุกโรงเรียนทั้งในระบบของกระทรวงการศึกษา และนอกระบบของกระทรวงการศึกษา หรือเอกชน ยึดหลักตามหลักสูตรของแต่ละสถาบันและจำนวนชั่วโมงเรียนของแต่ละสถาบันที่เคยได้มีการกำหนดไว้ให้กับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของนักเรียนและนักศึกษาโดยตรง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub ทดลองเล่นฟรี

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สังคมทั่วไป และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร