เลิก “ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ

 

เลิก “ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ คนที่เลิกไม่ได้ : ถูกเอาเปรียบจนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

คนที่เลิกได้ : ต่อสู้ในสังเวียนสำคัญๆ ได้ใคร ๆ ก็อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ต้องเจอปัญหาหรือเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันทั้งนั้น

แต่คนดีนั้น ไม่ว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบหรือเป็นผู้เสียหายก็ยังเป็นคนดีอยู่วันยังค่ำโดยไม่คิดจะต่อสู้ คนพวกนี้มักมีจิตใจอ่อนแอรวมทั้งไม่คุ้นและไม่กล้า “ทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น”ผมไม่ได้หมายถึงการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายหรือทะเลาะเบาะแว้งอย่างหนัก

เรื่องแบบนั้นไม่เกิดย่อมจะดีที่สุดแต่ผมหมายถึง “คนดี” ที่ไม่กล้ายืนกรานความคิดของตัวเองแม้ในกรณีจำเป็น ซึ่งมักถูกคนอื่นเอาเปรียบได้ง่ายตัวอย่างเช่น เราจ้างคนมาซ่อมแซมบ้านใหม่ทั้งหมด แต่พบว่าผู้รับเหมาทำงานไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้

เมื่อแจ้งไปยังบริษัทผู้รับเหมาอีกฝ่ายก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมแก้ไขให้ เมื่อพูดแรงๆ ไปหลายครั้งเข้า หัวหน้าฝ่ายนั้นก็ออกมาพูดว่า “จะยังคงเก็บเงินค่าจ้างครบตามสัญญา” พอเราพูดไปว่า “เฮงซวย” อีกฝ่ายกลับโมโห หลังจากนั้นก็ไม่ยอมตอบอีเมลหรือหากเจอเหตุการณ์เช่นนี้

คนดีมักจะยอมแพ้แม้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ก็คิดว่า “หากดื้อดึงไปกว่านี้จะมองว่าเป็นลูกค้างเง่า”

 

จึงไม่ยอมทำอะไรมากกว่านี้ดูเหมือนเด็กชวนตี” “แค่เราอดทนเรื่องก็จบแล้ว” หรือ “ไม่อยากให้อีกฝ่ายเวลาเพื่อนยืมเงินแล้วไม่ยอมคืน คนดีก็จะไม่กล้าพูดว่า “รีบๆ คืนมานะ” หรือ “หากคืนช้ากว่านี้ฉันจะคิดดอกเบี้ยนะ”คนพวกนี้กลัวว่าถ้าเอ่ยปากทวงเงินจะเป็นการทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายรึเปล่า

หรือถ้าคิดดอกเบี้ย เขาจะมองว่าเราเป็นคนหน้าเงินไหมในทางตรงกันข้าม หากคนดีเป็นฝ่ายถูกร้องเรียน จะไม่กล้าต่อกรจนต้องเป็นฝ่ายยอม ต่อให้พยายามไกล่เกลี่ยก็ต้องเป็นฝ่ายจนมุม หรือหากอีกฝ่ายตะโกนเสียงดังใส่ก็ไม่กล้าโต้แย้งกลับ

จนต้องเป็นฝ่ายอดทนเพียงข้างเดียวแม้กรณีที่ตัวเองไม่ผิด แต่หากถูกอีกฝ่ายกล่าวหารุนแรงก็ไม่กล้าต่อกร แค่อีกฝ่ายขู่ว่าจะฟ้องร้องก็กลัวจนตัวสั่น ในกรณีการซ่อมแซมบ้านอย่างที่กล่าวมาข้างต้น แค่คุณพูดว่า “คุณทำงานไม่ตรงตามสัญญา

ผมจะไม่จ่ายเงินส่วนที่เหลือ” เชื่อเถอะว่าอีกไม่กี่วันจะมีจดหมายพร้อมแผนการแก้ไขซ่อมแซมเพิ่มเติมส่งมาถึงบ้านคุณแน่นอนเวลาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ “คนดี” จะกระวนกระวายใจ และกังวลจนนอนไม่หลับ สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยให้เรื่องผ่านไปเฉยๆ หรือตกลงยอมความแม้ตัวเองต้องเสียเปรียบก็ตามการที่ “คนดี” ไม่สู้ใครแม้ในกรณีจำเป็นเช่นนี้

จึงทำให้ถูกคนโกงหรือถูกบริษัทเอาเปรียบได้ง่ายจงเป็นผู้ร้องเรียนที่ดีคนส่วนมากเวลาไปร้านอาหารหรือร้านค้าต่าง ๆ แล้วเกิดไม่พอใจมักจะอดทน ยอมจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านไป เพราะคิดว่า “บ่นไปก็เหนื่อยเปล่า ๆ” “ไม่อยากถูกมองว่าเป็นลูกค้าเรื่องมาก

ร้องเรียนแค่เรื่องเล็กน้อย” หรือ “ไม่ต้องมาร้านนี้อีกก็พอ”เมื่อก่อนมีรายการโทรทัศน์หนึ่งที่ทดลองปฏิกิริยาของลูกค้าในร้านอาหารว่า หากพนักงานเสิร์ฟอาหารไม่ตรงตามที่สั่ง ลูกค้าจะทำอย่างไรผลออกมาว่าลูกค้าส่วนใหญ่แปลกใจ แต่ก็ไม่ว่าอะไร ยอมกินอาหารนั้น

จ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้านไปบางคนอาจคิดว่า “ถ้าให้ทำใหม่ก็ต้องเสียเวลารออีก กินจานนี้ไปก็ได้” “เอาเหอะ ได้อาหารที่ถูกกว่าเลยไม่ต้องจ่ายแพง” หรือ “ขี้เกียจบ่นมาก เสียเวลา”แต่หากเป็นกรณีที่เราต้องเสียหายหรือเสียเปรียบเพียงฝ่ายเดียว

การยอมเช่นนี้จะส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างมากตัวอย่างเช่น ไม่กล้าบอกช่างทำผมในร้านเสริมสวยว่า “อยากให้ตัดตรงนี้ออกอีกหน่อย” หรือเวลาไปร้านกาแฟแล้วเห็นว่าโต๊ะสกปรก แต่ก็ไม่บอกพนักงาน หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดเองการไม่ร้องเรียนสิ่งที่เราไม่พอใจและยอมอดทนเองคนเดียวเช่นนี้ จะทำให้ชีวิตของเราต้องเจอแต่เรื่องเสียเปรียบแต่จริงๆ แล้ว

ถ้าเพียงเราพูดเสียหน่อย ทางร้านอาจทำอาหารให้ใหม่ เปลี่ยนสินค้าให้ใหม่ หรือให้ของกำนัลเราเพิ่มก็เป็นได้ผมขอยกตัวอย่างคนในครอบครัวของผมเอง พวกเราสามีภรรยาเรียกได้ว่าเป็น “ผู้ร้องเรียนจอมเรื่องมาก” เลยทีเดียว เวลาไปซื้อของหรือกินอาหารนอกบ้าน ทั้งผมและภรรยาจะพูดออกมาตรง ๆ เวลาไม่ชอบใจการบริการ และไม่ยอมหยุดจนกว่าจะพอใจพวกเรากล้าทำแบบนั้นเพราะไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมองยังไง เขาจะเกลียดก็ช่าง จะมองว่าเป็นลูกค้าเรื่องมากหรือ งี่เง่าก็ช่าง

ในเมื่อผมเป็นลูกค้าที่เสียเงินเพื่อรับบริการ ก็ไม่จำเป็นต้องอดทนหากไม่พอใจบริการนั้นโดยเฉพาะร้านอาหารประเภทที่มีอาหารให้เลือกมากมาย แค่ไม่ไปร้านนั้นอีกก็จบ เมื่อเราไม่ไปอีกก็ไม่ต้องเจอพนักงานที่ร้าน หรือต่อให้บังเอิญเจอกันที่อื่นก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน

และไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตของเราเลยสักนิดดังนั้น เวลาที่เจอปัญหา เช่น อาหารย่างไม่สุกดีหรือย่างไหม้เกินไปพวกผมจะขอเปลี่ยนกับพนักงานทันที หรือถ้าปริมาณของอาหารต่างจากรูปในเมนูมากเกินไป ก็จะเรียกพนักงานมาต่อว่าเช่นกันเรามักโกรธเคืองและเครียดเวลาร้องเรียน แต่หากทำบ่อย ๆ ก็จะชิน

ไปเอง และจะร้องเรียนหรือแจ้งความต้องการกับอีกฝ่ายได้อย่างราบรื่นแต่ถ้าเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องร้องเรียน การเป็น “ลูกค้า”ไม่ได้แปลว่าเราจะอวดเบ่งได้ ทว่าหากเจอสถานการณ์ที่รับไม่ได้ก็ไม่ควรยอมแล้วคิดว่า “ช่างเถอะ” การยืนกรานความต้องการของตัวเองจะทำให้เราไม่รู้สึกติดค้างในใจ และไม่รู้สึกแย่เวลานึกถึงเรื่องนี้ในภายหลังขณะเดียวกัน

ฝ่ายตรงข้ามจะตื่นตระหนกและคิดว่า “เราต้องดูแลลูกค้าอย่างดี” หรือ “หากทำให้โมโหอีกจะยุ่งยากเปล่าๆ” จึงให้บริการอย่างดีเพียงเราเอ่ยปากขอร้องนิดหน่อยก็รีบทำให้ทันทีผมไม่ได้หมายความว่าให้คุณเรียกร้องตามความต้องการของตน

แต่ให้ยืนกรานความคิดของตนเพื่อแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่างหากคนที่ร้องเรียนเพื่อเลี่ยงสถานการณ์ซึ่งทำให้ตนเองเสียเปรียบเพียงฝ่ายเดียว หรือคนที่ร้องเรียนเพื่อแก้ไขเรื่องที่ผิดให้กลายเป็นถูกนั้น ก็น่าจะเรียกว่าเป็นผู้ร้องเรียนที่ดีได้ใช่ไหมครับหากเราทำตัวเป็นผู้ร้องเรียนที่ดีและกล้าพูดเพื่อแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็จะใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บหลัก

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สังคมทั่วไป และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร