เปิดโปง Taxi ขึ้นมายังอยู่แค่ในสนามบิน

เปิดโปง Taxi ขึ้นมายังอยู่แค่ในสนามบิน มิเตอร์เรียกเก็บเงินเกือบจะสองร้อยบาทซะแล้ว

   วันนี้มีข่าวที่เป็นประเด็นร้อนที่มีการแชร์กันว่อนโลกโซเชียว เลย นั่นก็คือมีการเผยแพร่ Video  clip ที่จะเห็นว่ามิเตอร์ที่รถแท็กซี่มักจะกดเวลาเรียกเก็บเงินผู้โดยสารที่ขึ้นมานั่งบนรถของตนนั้นตัวเลขบนมิเตอร์วิ่งเร็วเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของคลิปได้มีการโพสต์ถามเพื่อนเพื่อนในโลกโซเชียวของตนเองว่ามิเตอร์ขึ้นเร็วแบบนี้ตัวเองโดนโกงมิเตอร์หรือไม่

แต่ก็มีการระบุเอาไว้ว่าไม่ได้โวยวายกับคนขับรถแท็กซี่นะ กลัวโดนแท็กซี่ตีตาย แต่จากคำบอกว่าเจ้าของโพสต์มีการระบุว่าค่ารถแท็กซี่ตั้งแต่ยังอยู่ในสนามบินก็ราคาเกือบจะสองร้อยบาทเข้าไปแล้ว แต่ตนก็ไม่กล้าพูดอะไร

ทำได้เพียงถ่ายเป็นคลิปวีดิโอเก็บเอาไว้ เป็นหลักฐานแล้วนำข้อมูลนี้ไปแจ้งกับกรมขนส่งกับท่าอากาศยานเท่านั้น  ซึ่งเมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากและบางคนก็บอกว่าเคยเจอกับตัวเองมาเหมือนกัน

    ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงต้องรอให้กรมขนส่งเรียกคนขับรถแท็กซี่เพื่อไปชี้แจงและตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และหากเป็นเรื่องจริงกรมขนส่งควรมีมาตรการที่ดีกว่าที่ผ่านมาเพราะปัญหาแท็กซี่โกงค่ามิเตอร์ผู้โดยสารนั้นมีให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ บางคนก็เป็นข่าวดัง บางคนก็ไม่อยากเรื่องมากก็ยอมยอมจ่ายเงินไป หากเห็นว่าไมได้โกงมากมายอะไร เพราะต่างก็เข้าใจกันดีว่าเศรษฐกิจช่วงนี้

แย่มากแค่ไหน แท็กซี่เองก็หาลูกค้าไม่ค่อยได้เพราะมีคู่แข่งเยอะเนื่องจากปัจจุบันแท็กซี่มักมีปัญหาในเรื่องการให้บริการบ่อยและมักจะเจอแท็กซี่โรคจิตบ่อยบ่อย และโกงมิเตอร์หรือพูดจาไม่ได้ดีกับผู้โดยสารบ่อยบ่อยเป็นผลให้ผู้โดยสารจึงหันมาใช้บริการรถแกร็บหรือแท็กซี่บ้านกันมากขึ้น เพราะให้บริการที่ดีกว่า รถใหม่กว่าและราคาประหยัดกว่า ที่สำคัญสามารถเรียกแล้วรู้ราคาก่อนเลยว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่

และยังเลือกรถที่จะนั่งได้ด้วยว่าจะเอารถแบบไหน ทำให้คนส่วนใหญ่เลิกใช้บริการรถแท็กซี่  และหากแท็กซึ่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบริการที่ดีขึ้นมากว่านี้ เชื่อว่าประชาชนคงเลิกเรียกใช้บริการแท็กซี่จริงจริงแน่นอน ซึ่งความผิดที่แท็กซีโกงมิเตอร์ผู้โดยสารนั้น ส่วนใหญ่หากผิดจริงก็จะเสียค่าปรับหรืออาจจะมีการสั่งการพักการขับสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์เท่านั้น แล้วก็สามารถกลับมาขับแท็กซี่ใหม่ได้ ทำให้คนที่ทำความผิดไม่ได้เกรงกลับต่อกฎหมาย จึงยังคงทำความผิดกันอยู่เรื่อยเรื่อยเพราะกว่าจะถูกจับได้ก็คงได้เงินจากผู้โดยสารไปเยอะแล้ว

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวที่น่าสนใจ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร