สาวพิการถูกเพื่อนบ้านแอบปีนรั้วเข้ามาขื่นใจจนตั้งครรภ์ 

        เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่อำเภอหนองบัวแดงจังหวัดชัยภูมิ  โดยมีหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้พิการได้ถูกผู้ปกครองพามาแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยมีการร้องเรียนว่าหญิงสาวคนดังกล่าวถูกชายหนุ่มซึ่งหน้าตาดีและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในหมู่บ้านแอบเข้ามาข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์

ดูหญิงสาวคนพิการคนนี้เล่าให้ฟังว่าเธอนั้นอยู่กับตาและยายที่บ้านพักส่วนพ่อกับแม่นั้นไปปลูกบ้านพักอยู่ในสวนอีกที่หนึ่งนานๆจึงจะกลับมาหาสักทีด้วยเธอมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง

เธอจึงต้องอยู่บ้านเพียงลำพังในช่วงกลางวันเพราะตากับยายออกไปรับจ้างทำนา  ซึ่งระหว่างนี้เองที่ชายหนุ่มในหมู่บ้านชื่อสมมุติว่านายเอได้แอบปีนเข้ามาในรั้วบ้านแล้วก็มาข่มขืนโดยครั้งแรกมีการข่มขืนตั้งแต่ปีพศ. 2561 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ก็มักจะแอบเข้ามาข่มขืนอยู่ได้เรื่อยๆโดยประมาณเดือนละ 2-3 ครั้งซึ่งชายคนดังกล่าวเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในหมู่บ้านและคนในหมู่บ้านมักจะรู้จักกันว่าคนนี้เป็นคนนิสัยชอบทำบุญ

จึงไม่มีใครคาดคิดว่านายกคนนี้จะมีพฤติกรรมเลวทรามแบบนี้  โดยหญิงสาวที่ถูกข่มขืนได้มีการบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทุกครั้งที่นายเอเข้ามาก่อเหตุก็จะมีการข่มขู่ว่าจะมีการฆ่าคนในครอบครัวของตนเองทุกครั้ง

และเรื่องมาแดงขึ้นเนื่องจากว่าเมื่อตอนต้นเดือนมีนาคมปรากฏว่าประจำเดือนของเธอไม่มาเธอจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาแม่ของเธอทำให้แม่ของเธอรู้ว่าเธอถูกนายเอกเข้ามาข่มขืนจนตั้งครรภ์ทั้งนี้เมื่อพ่อแม่รู้เรื่องจึงได้พาเธอไปทำการตรวจร่างกายและนำผลตรวจมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้มีการจับกุมตัวนายเอไปสอบสวนแต่อย่างไรและตัวในเองก็ยังมีการใช้ชีวิตตามปกติอยู่ในหมู่บ้านเพราะพวกเธอก็ยังเห็นว่านายเอยังคงขี่รถผ่านไปมาหน้าบ้านอยู่เป็นประจำทำให้ครอบครัวของผู้เสียหาย

เกรงว่านายเอจะไม่ได้รับโทษและครอบครัวของตนเองจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้มีการร้องเรียนมาทางสำนักงานข่าวให้ช่วยตามข่าวนี้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ที   

        เหตุการณ์ในครั้งนี้คุณจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับเหยื่อของการถูกข่มขืนว่าไม่ควรจะกลัวการข่มขู่ไม่เช่นนั้นแล้วผู้ก่อเหตุก็จะได้ใจและก็จะเข้ามากระทำจับเผื่อได้ตลอดเวลาตามที่ตนเองต้องการซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะมีหลากหลายดังนั้นหากถูกกระทำทำร้ายหรือข่มขืนควรจะรีบแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดการกับผู้ทำความผิด

โดยเร็วไม่ต้องไปเกรงกลัวการข่มขู่ของคนร้ายยิ่งเรากลัวคนร้ายก็จะยิ่งได้ใจและจะกลับมาทำซ้ำเหมือนกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่สาวคนพิการคนดังกล่าวถูกกระทำย่ำยีมาถึง 3 ปีด้วยกันกว่าที่เธอจะตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวสะท้อนสังคม และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร