ลูกสาวเครียด พ่อแม่ติดโควิดตาย ถูกฉกทรัพย์สินครึ่งล้าน ในโรงพยาบาล

ลูกสาวเครียด พ่อแม่ติดโควิด-19 เสียชีวิต ถูกฉกทรัพย์สินครึ่งล้าน ทรัพย์สินที่นำติดต่อไปหายตอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลย่านแจ้งวัฒนะ 

           เมื่อวันที่ 29 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 มีหญิงสาวรายหนึ่งได้มาร้องทุกข์กับนักข่าวว่าให้ช่วยติดตามข่าวเนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้ช่วงประมาณวันที่ 19 เดือนมิถุนายนปีพ.ศ. 2564

ถูกฉกทรัพย์สินครึ่งล้าน พ่อและแม่ของเธอซึ่ง ชรามากแล้วได้ติดไวรัสโควิดทั้งคู่และได้ถูกส่งตัวมารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านถนนแจ้งวัฒนะโดยเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 21 เดือนมิถุนายนปีพ.ศ. 2564 

       อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เดินทางมารักษาอาการป่วยนั้นพ่อของเธอได้มีการใส่สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทและยังมีพระเลี่ยมทองอีก 5 องค์มีเงินสดติดตัวอีก 6,000 บาทในขณะที่แม่ของเธอนั้นก็ใส่สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทและมีพระเลี่ยมทองอีก 1 องค์ซึ่ง รวมทรัพย์สินทั้งหมดที่เป็นทั้งของพ่อและของแม่ของเธอนั้นมีมูลค่ามากกว่า 6  แสนบาทเลยทีเดียว        

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่เข้ารักษาอาการป่วยไวรัสโควิดได้ไม่กี่วันพ่อของเธอก็เสียชีวิตทางพยาบาลได้นำทรัพย์สินของพ่อเธอพร้อมกับถ่ายรูปเอาไว้ไปเก็บไว้ในกระเป๋าของแม่เธอซึ่งมีทรัพย์สิน ของแม่เธอรวมอยู่ด้วยอย่างไรก็ตามปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมปีพ.ศ. 2564

แม่ของเธอได้บอกกับเธอว่าทรัพย์สินที่เก็บไว้ในกระเป๋าทั้งหมดนั้นหายไปทั้งของพ่อและของแม่  ทำให้แม่ของเธอนั้นเสียใจมากอาการทรุดหนักลงแพต้องพาเข้าไปรักษาตัวในห้อง ICU 

         อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 24 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2564 ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อมาทางเธอโดยระบุว่าแม่ของเธอนั้นได้เสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    เมื่อเธอแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สูญหายทางโรงพยาบาลยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้องของผู้ป่วยให้เนื่องจากว่าคนที่จะเข้าห้องผู้ป่วยได้ก็จะมีเพียงแพทย์

และพยาบาลเท่านั้นซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้าออกจะมีการสวมใส่ชุด ppe   อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางโรงพยาบาลรับปากว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลให้ผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วแต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่มีการแจ้งความคืบหน้าเธอจึงได้มีการติดต่อสอบถามไปทางโรงพยาบาล

         ซึ่งทางโรงพยาบาลระบุว่าตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดแล้วไม่พบพฤติกรรมของแพทย์และพยาบาลคนไหนที่แสดงให้เห็นถึงว่าจะเข้าไปขโมยทรัพย์สินของคนไข้  ทำให้เธอนั้นรู้สึกไม่พอใจกับการตรวจสอบข้อมูลนี้มากเธอระบุว่าโรงพยาบาลนี้ครอบครัวของเธอเคยบริจาคเครื่องช่วยหายใจ

ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนบาทให้เธอไม่คิดว่าทางโรงพยาบาลจะตอบแทนครอบครัวเธอด้วยวิธีการแบบนี้และทางโรงพยาบาลเองก็ไม่ได้มีการออกมารับผิดชอบใดๆเพิ่มเติมอีกด้วยเธอจึงต้องการร้องขอความเป็นธรรม

     อย่างไรก็ตามได้มีทนายจิตอาสาออกมาแนะนำให้โรงพยาบาลแสดงรับผิดชอบนำทรัพย์สินมาคืนให้กับลูกสาวของผู้ป่วยและถ้าหากโรงพยาบาลไม่ยอมออกมารับผิดชอบทางทนายความจะพาผู้เสียหายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับทางโรงพยาบาลและบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

 

สนับสนุนโดย.  ติดต่อ ufabet

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวที่น่าสนใจ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร