คนร้ายสุภาพบุกเดี่ยวปล้นร้านทอง ได้ทองไป 14 บาท

 ที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองได้มีเหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยว สวมเพียงหน้ากากอนามัยและสะพายกระเป๋าเป้ บุกเข้าไปปล้นร้านทองคนเดียว

โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านใดใดเลย ซึ่งคนที่ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคือลูกชายของเจ้าของร้านทอง ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่มีการปล้นร้านทอง  โดยลูกชายเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า ชายคนร้ายได้ใส่หน้ากากอนามัยเดินเข้ามาภายในหลังทำทีเหมือนกันลูกค้าที่จะมาซื้อทองปกติทั่วไป เมื่อมาถึงก็ถามราคาทองว่าขายบาทละเท่าไหร่

และมีการเลือกลายทองหลังจากนั้นก็ให้ตัวเองเอาทองออกมาให้เลือกลาย ซึ่งเมื่อทางลูกชายเจ้าของร้านทองส่งทองให้ดูรวมทั้งหมด 7 ลายคนร้ายก็ได้ล้วงปืนจากในกระเป๋าเป้แล้วพูดกับคนขายด้วยความสุภาพมีคำพูดที่ลงท้ายด้วยคำว่าคับทุกคำ ซึ่งลักษณะการพูดจะเหมือนกับคนร้ายมาซื้อทองปกติ ทำให้ลูกชายของเจ้าของร้านทองอีกคนที่นั่งเล่นคอมฯอยู่ใกล้ใกล้ไม่รู้เลยว่ากำลังมีเหตุการณ์ปล้นทองกันเกิดขึ้นเมื่อคนร้ายได้ทองใส่กระเป๋าเป้ไปแล้วก็สั่งให้เปิดประตูร้านและมีการขู่ยิง

ลูกชายเจ้าของร้านกลัวจึงได้เปิดประตูร้านให้และคนร้ายก็ได้เดินออกไปจากร้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและหลังจากนั้นทางร้านทองจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยตามจับคนร้ายให้ โดยทางร้านมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพได้และเห็นใบหน้าคนร้ายค่อนข้างชัดเจน ซึ่งตอนนี้ทางร้านทองได้มีการอัดฉีดมาด้วยว่าหากใครที่ให้เบาะแสคนร้ายจนสามารถจับตัวได้จะได้เงินรางวัล หนึ่งแสนบาทเป็นการตอบแทน ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานน่าจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้

             เหตุการณ์ปล้นร้านทองในครั้งนี้ คนร้ายอาศัยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบาดทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสนี้ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าจนสามารถเดินเข้ามาในร้านทองได้อย่างสบาย และยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี คนตกงานและว่างงานก็เยอะมากยิ่งขึ้นทำให้มีคนร้ายฉุกชุมและเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนร้ายหน้าตาเป็นอย่างไร

เพราะจะมีหน้ากากอนามัยคอยช่วยในเรื่องของการปิดบังใบหน้าได้ในส่วนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ทางร้านทองหรือร้านค้าอื่นอื่น ควรต้องมาความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะคนที่เดินเข้าร้านไปอาจจะเป็นลูกค้าที่ต้องการมาซื้อของจริงจริงก็ได้หรืออาจจะเป็นคนร้ายที่ต้องใจมาปล้น หรือมาขโมยก็ได้ เพราะตอนนี้เราไม่สามารถแยกแยะออกได้แล้วเพราะทุกคนต่างก็กลัวการติดเชื้อไวรัสจึงพากันใส่หน้ากากอนามัยเหมือนกันหมด จนเป็นเหตุให้คนร้ายกล้าที่จะมาปล้น 

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวสะท้อนสังคม และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร