ไม่สามารถอธิบายลักษณ์ของโจทย์งานได้

ไม่สามารถอธิบายลักษณ์ของโจทย์งานได้ หนึ่งในข้อผิดพลาดของช่างภาพมือใหม่

เราจะลงลึกไปอีกขึ้นหนึ่งของเรื่องการสื่อสารกับตัวแบบ แต่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่เจาะตัวเราโดยเฉพาะ การที่เราเป็นช่างภาพนั้น เราอาจจะโดนบรีฟงานมา ว่าต้องการโจทย์แบบนี้ ในฐานะช่างภาพก็ต้องทำอะไรล่ะ ก็ต้องมาตีโจทย์ให้แตกและคิดว่าเราจะถ่ายไปในทางไหน

ต้องคิดต้องแต่เริ่มต้นว่า อุปกรณ์ไหนเหมาะ สถานที่ไหนเหมาะ แสงและโทนไหนเหมาะ ทุกอย่างที่คิดนั้น เราจะไม่ว่ากัน เพราะเราพูดถึงทั้งช่างภาพมือใหม่และช่างภาพมือเก๋าแล้วด้วย แต่ละคนมักจะตีโจทย์กันไปคนล่ะแบบอย่างแน่นอน

แต่สิ่งนี้แหละที่เป็นตัววัดผลงานที่จะออกมาอย่างไงละ พูดไปก็คงเข้าใจแล้วซินะว่าเป็นเรื่องของประสบการณ์เป็นหลัก ถ้าเซ้นต์ดีหน่อย อาจจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้รวดเร็วกว่า แต่แบบช้าๆและมั่นคงก็มีดีเหมือนกัน

แต่ที่เราจะมาพูดกันคือสิ่งที่มือใหม่จะพลาดได้ นั้นคือการตีโจทย์ให้แตกและการสื่อสารกับทีมงาน อย่างแรกเลย ถ้าเราไม่สามารถอธิบายตัวโทจทย์งานให้ตัวเราเองเข้าใจได้ ก็จะทำให้ตีโจทย์ไม่ดีพออย่างแน่นอน แล้วเราจะมีหน้าไปคิดถึงเรื่องตีมที่เราจะถ่ายได้อย่างไรกัน

สิ่งนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ก็จริง แต่ว่าควรจะศึกษาให้มากๆเพื่อจะได้ก้าวพ้นจุดนี้ให้เร็วที่สุด เพราะคนจ้างงานก็ต้องการงานตามโจทย์ที่สื่อถึงสิ่งเข้าต้องการมากที่สุด ถ้าเป็นผู้ถ่ายทอดต้องรีบฝึกการตีความให้ดี

เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว เราทำได้แล้ว ก็เป็นเรื่องของการสื่อสารล่ะ การสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆของงานทุกประเภท ทุกคนต่างรู้กันดี ดังนั้นการสื่อสารของเรา เราควรจะมองดูตัวเองให้ดีว่าเป็นคนที่อธิบายอะไรให้คนอื่นเข้าใจได้ดีไหม เป็นคนพูดเคลียร์หรือปล่าว เป็นคนพูดตรงๆไหมหรือว่าเป็นคนพูดอ้อมๆเพื่อรักษาน้ำใจ

เรื่องนี้ของบอกว่าแล้วแต่สไตล์การสื่อสารของคนนะ จะออกแนวฮาดคอหรือแนวนุ่มนวลก็แล้วแต่ แต่ต้องเคลียร์ คือต้องเข้าใจ ไม่ใช่พูดวกไปวนมา หรือสิ่งที่แย่ที่สุด คือไม่สามารถสื่อสิ่งที่เราคิดออกมาเป็นคำพูดได้ เราเป็นคนคิดโจทย์นะ

แล้วถ้าอธิบายให้ทีมงานและตัวนางแบบเองเข้าใจไม่ได้ แล้วงานจะเดินต่อได้ไง ส่วนมากแล้วอาจจะไม่รู้ตัว เพราะทีมงานและนางแบบอาจจะเกรงใจเราแล้วก็ทำตามไปงั้นแหละ โดยไม่รู้ถึงโจทย์ที่เราคิดอยู่ มันทำได้นะ แต่งานจะลุ่มๆดอนๆบอกเลย มันจะเหมือนตบมือกันคนละที กว่าจะพอดีกันได้ใช้เวลานาน ถ้าเราฝึกการสื่อสารให้ดี ทุกคนก็จะรู้จุดของตัวเองว่าต้องทำอะไร ต่อจากนี้ก็ง่ายๆล่ะ พูดอะไรนิดเดียวก็เข้าใจกัน

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ไม่สามารถอธิบายลักษณ์ของโจทย์งานได้

เคล็ดลับดูแลผิวหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย

เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นร่างกายของเราก็จะสร้างคอลลาเจน (Collagen) ที่คอยเสริมสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวลดลง เมื่อนั้นริ้วรอยบนใบหน้าก็จะตามมาทำให้ใบหน้าของเราดูมีอายุมากขึ้น

เราจึงควรดูแลใบหน้าของเราให้ถูกวิธีเพื่อที่จะให้ความอ่อนเยาว์อยู่กับเราไปนาน ๆเพราะคงไม่มีใครอยากถูกมองว่าหน้าแก่ก่อนวัย

  1. แสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวของเราเกิดริ้วรอยได้อย่างง่ายดาย เพราะรังสี UV จากแสงแดดจะทำให้ความชุ่มชื้นบนใบหน้าของเราหายไป และเมื่อถูกแสงแดดเป็นประจำ ผิวหน้าก็จะเกิดริ้วรอยตามมา เราจึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ใบหน้าโดนกับแสงแดดโดยตรง หากจำเป็นต้องอยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดจัดควรหาร่มสักคันเพื่อป้องกันแสงแดดไม่ให้กระทบกับผิวของเรามากจนเกินไป
  2. ดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-10 แก้ว การดื่มน้ำก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวจากภายในของเราได้ และยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราในอีกหลาย ๆด้านอีกด้วย 
  3. ทาครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพช่วยในเรื่องของการปกป้องผิวของเราจากรังสี UV และที่สำคัญควรทาก่อนออกมาถูกกับแสงแดด 20 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. ทาครีมสำหรับลดเรือนริ้วรอยก่อนนอนก็สำคัญ เพราะในขณะที่เราหลับเซลล์ผิวจะทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การทาครีมลดเรือนริ้วรอยก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น
  5. หมั่นดูแลผิวบริเวณรอบดวงตาอยู่เสมอ เพราะเป็นส่วนที่บอบบางมาก เกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งสาว ๆที่แต่งหน้าเป็นประจำ ยิ่งควรดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการประคบเจลเย็นที่ดวงตาเพื่อการกระชับรูขุมขน ช่วยลดริ้วรอย ลดถุงใต้ตา และลดอาการขอบตาคล้ำ 
  6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน (Collagen) ให้แก่ร่างกาย 
  • องุ่น มีวิตามิน E ที่ช่วยทำให้เกิดริ้วรอยช้าลง และมีวิตามิน C ที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน (Collagen) ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทุกชนิด มีวิตามิน A สามารถช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นกับผิวได้ และสามารถช่วยบำรุงให้เส้นผมของเราดูเงางาม ดกดำ ชะลอการเกิดผมขาว
  • ปลาแซลมอน มีไขมันดีที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิว หากรับประทานเป็นประจำแล้วยังสามารถบำรุงสมองของเราให้มีความจำที่ดีขึ้นอีกด้วย
  1. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อร่างกายมีสุขภาพดี ผิวพรรณก็จะดีตามไปด้วย 
  2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม เพราะจะทำให้ผิวสูญเสียความความชุ่มชื้น เกิดริ้วรอยขึ้นได้ง่าย และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย 
  3. ควรนอนหงาย ไม่ควรนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งหรือนอนคว่ำหน้า เพราะจะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอย การนอนหงายเป็นประจำจะช่วยทำให้ใบหน้าดูเต่งตึงขณะตื่นนอน

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เคล็ดลับดูแลผิวหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย

เพื่อนยิงเพื่อนเหตุเพราะแค้นที่เพื่อนกล่าวหาว่าขโมยปลา

  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงจนเสียชีวิตภายในบ้านพักที่เปิดเป็นร้านขายของชำ ซึ่ง ผู้เสียชีวิตชื่อว่าคุณประสิทธิ์  อายุุ 42 ปี เป็นเจ้าของร้านชำ

โดยคนยิงคือนายสำราญ ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณประสิทธิ์ เอง ซึ่งคุณประสิทธิ์โดนกระสุนทั้งหมด 7 นัด เสียชีวิตคาที่หลังจากที่นายสำราญยิงปืนใส่คุณประสิทธิ์เรียบร้อยแล้วก็หลบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที

ซึ่งสาเหตุที่ทางนายสำราญมายิงคุณประสิทธิ์ถึงที่บ้านพักนั้นผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่านายสำราญเดินเข้ามาหาคุณประสิทธิ์แล้วมาถามว่าคุณประสิทธิ์ไปกล่าวหาว่านายสำราญขโมยปลาใช่หรือไม่ซึ่งคุณจะได้มีการปฏิเสธออกไปแต่นายสำราญไม่เชื่ออีกทั้งนายสำราญยังมีการข่มขู่ว่าจะมีการฆ่าคุณประสิทธิ์ทำให้คุณประสิทธิ์วิ่งหนีไป

ทางหลังบ้านในสำราญจึงได้นำปืนที่พกติดตัวมากระหน่ำยิงเข้าใส่คุณประสิทธิ์ทั้งทีไปทั้งหมด 8 นัดซึ่งกระสุนโดนคุณประสิทธิ์ไปทั้งหมด 7 ด้วยกัน หลังจากที่นายสำราญหลบหนีไปทางญาติของคุณประสิทธิ์ก็ได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายสำราญได้เรียบร้อยแล้ว  

     ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวตามจับกุมนายสำราญนั้นนายสำราญได้มีการยิงต่อสู้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีการยิงสวนออกไปกระสุนปืนถูกนายสำราญได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายสำราญไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลและหลังจากนั้นก็พาตัวมาสืบสวนสอบสวนต่อไป 

      จากเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเห็นได้ว่าช่วงนี้หลายคนเริ่มมีอารมณ์รุนแรงแค่เพียงเล็กน้อยก็สามารถทะเลาะกันให้กลายเป็นเรื่องใหญ่และสามารถถึงขนาดกับฆ่ากันได้ทั้งที่เป็นเพื่อนกันมานานอาจจะด้วยเพราะความเครียด เพราะที่จริงแล้วข้อกล่าวหาที่ว่าเรื่องขโมยปลานั้น

ต่างคนเสียชีวิตปฏิเสธออกไปแล้วว่าไม่ได้เป็นคนพูดซึ่งที่จริงนายสำราญควรจะมีการไต่สวนสอบถามให้แน่ชัดก่อนแต่สำหรับข้อกล่าวหานี้ได้เป็นเองไม่ได้มีการขโมยไปก็สามารถทะเลาะกับนายประสิทธิ์ได้เพียงแต่น่าจะเป็นแค่การชกต่อยกันธรรมดาเท่านั้น

ก็เพียงพอแล้ว แต่นี่ยังไม่รู้เลยว่านายประสิทธิ์พูดจริงหรือไม่ก็นำปืนมายิงจนถึงแก่ความตายซะแล้ว แสดงว่านายสำราญเป็นคนที่ใจคอโหมเหี้ยมมาก หรือที่จริงแล้วทั้งสองคนอาจจะมีเรื่องผิดใจกันเรื่องอื่นมาก่อนก็ได้  เพราะเพียงแค่เรื่องการใสความว่าขโมยปลา ไม่น่าจะต้องถึงกับยิงกันตาย หากเป็นเรื่องแค่นี้ก็น่าจะพูดคุยกันได้  ทำให้เรื่องเล็กนิดเดียวกลายมาเป็นต้องมีคนเสียชีวิตและคนก่อเหตุก็ยังต้องเข้าคุกอีกด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  จุดอ่อนบาคาร่า

โพสท์ใน ข่าวสะท้อนสังคม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เพื่อนยิงเพื่อนเหตุเพราะแค้นที่เพื่อนกล่าวหาว่าขโมยปลา

สาวพิการถูกเพื่อนบ้านแอบปีนรั้วเข้ามาขื่นใจจนตั้งครรภ์ 

        เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่อำเภอหนองบัวแดงจังหวัดชัยภูมิ  โดยมีหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้พิการได้ถูกผู้ปกครองพามาแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยมีการร้องเรียนว่าหญิงสาวคนดังกล่าวถูกชายหนุ่มซึ่งหน้าตาดีและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในหมู่บ้านแอบเข้ามาข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์

ดูหญิงสาวคนพิการคนนี้เล่าให้ฟังว่าเธอนั้นอยู่กับตาและยายที่บ้านพักส่วนพ่อกับแม่นั้นไปปลูกบ้านพักอยู่ในสวนอีกที่หนึ่งนานๆจึงจะกลับมาหาสักทีด้วยเธอมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง

เธอจึงต้องอยู่บ้านเพียงลำพังในช่วงกลางวันเพราะตากับยายออกไปรับจ้างทำนา  ซึ่งระหว่างนี้เองที่ชายหนุ่มในหมู่บ้านชื่อสมมุติว่านายเอได้แอบปีนเข้ามาในรั้วบ้านแล้วก็มาข่มขืนโดยครั้งแรกมีการข่มขืนตั้งแต่ปีพศ. 2561 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ก็มักจะแอบเข้ามาข่มขืนอยู่ได้เรื่อยๆโดยประมาณเดือนละ 2-3 ครั้งซึ่งชายคนดังกล่าวเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในหมู่บ้านและคนในหมู่บ้านมักจะรู้จักกันว่าคนนี้เป็นคนนิสัยชอบทำบุญ

จึงไม่มีใครคาดคิดว่านายกคนนี้จะมีพฤติกรรมเลวทรามแบบนี้  โดยหญิงสาวที่ถูกข่มขืนได้มีการบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทุกครั้งที่นายเอเข้ามาก่อเหตุก็จะมีการข่มขู่ว่าจะมีการฆ่าคนในครอบครัวของตนเองทุกครั้ง

และเรื่องมาแดงขึ้นเนื่องจากว่าเมื่อตอนต้นเดือนมีนาคมปรากฏว่าประจำเดือนของเธอไม่มาเธอจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาแม่ของเธอทำให้แม่ของเธอรู้ว่าเธอถูกนายเอกเข้ามาข่มขืนจนตั้งครรภ์ทั้งนี้เมื่อพ่อแม่รู้เรื่องจึงได้พาเธอไปทำการตรวจร่างกายและนำผลตรวจมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้มีการจับกุมตัวนายเอไปสอบสวนแต่อย่างไรและตัวในเองก็ยังมีการใช้ชีวิตตามปกติอยู่ในหมู่บ้านเพราะพวกเธอก็ยังเห็นว่านายเอยังคงขี่รถผ่านไปมาหน้าบ้านอยู่เป็นประจำทำให้ครอบครัวของผู้เสียหาย

เกรงว่านายเอจะไม่ได้รับโทษและครอบครัวของตนเองจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้มีการร้องเรียนมาทางสำนักงานข่าวให้ช่วยตามข่าวนี้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ที   

        เหตุการณ์ในครั้งนี้คุณจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับเหยื่อของการถูกข่มขืนว่าไม่ควรจะกลัวการข่มขู่ไม่เช่นนั้นแล้วผู้ก่อเหตุก็จะได้ใจและก็จะเข้ามากระทำจับเผื่อได้ตลอดเวลาตามที่ตนเองต้องการซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะมีหลากหลายดังนั้นหากถูกกระทำทำร้ายหรือข่มขืนควรจะรีบแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดการกับผู้ทำความผิด

โดยเร็วไม่ต้องไปเกรงกลัวการข่มขู่ของคนร้ายยิ่งเรากลัวคนร้ายก็จะยิ่งได้ใจและจะกลับมาทำซ้ำเหมือนกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่สาวคนพิการคนดังกล่าวถูกกระทำย่ำยีมาถึง 3 ปีด้วยกันกว่าที่เธอจะตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

โพสท์ใน ข่าวสะท้อนสังคม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สาวพิการถูกเพื่อนบ้านแอบปีนรั้วเข้ามาขื่นใจจนตั้งครรภ์ 

ย้อนรอยสาวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนที่ 5 ของจังหวัดปราจีนบุรี

ย้อนรอยสาวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนที่ 5 ของจังหวัดปราจีนบุรีคาดสาเหตุมาจากดูดเบียร์จากหลอดเดียวกัน 

           ที่จังหวัดปราจีนบุรีพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นผู้ป่วยคนที่ 5 ของจังหวัดปราจีนบุรีดังกล่าวอายุ 22 ปีมีอาชีพเป็นพนักงานในผับทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ โดยสาเหตุการติดเชื้อไวรัสโควิด-19    น่าจะมีสาเหตุมาจากการที่หญิงสาวดื่มเบียร์ร่วมกับเพื่อนๆ

โดยใช้หลอดเดียวกันหลังจากนั้นหญิงสาวได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดปราจีนบุรีก่อนที่เพื่อนในแก๊งจะมีการโทรมาแจ้งว่าเพื่อนๆที่ดื่มเบียร์ด้วยกันในวันนั้นพากันติดไวรัสโควิด-19และเมื่อเธอไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก็พบว่าตนเองก็ติดเชื้อไวรัสโควิด-19จึงได้พาคนในครอบครัวไปทำการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล 

        ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรีได้มีการแจ้งผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ของชาวบ้านที่พากันมาตรวจเชื้อพบว่ามีหญิงสาวอายุ 22 ปี 1 รายมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งถือว่าเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 5 ของจังหวัดปราจีนบุรีโดยเธอถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและมีการเช็คข้อมูลย้อนหลังว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไปทำอะไรและเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

เพื่อที่จะได้ประสานงานนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจหาเชื้อไวรัสออกไปโดยมีการย้อนข้อมูลของเธอตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เดือนมีนาคมว่าได้มีการไปกินเลี้ยงกับเพื่อนๆรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 5 คนโดยมีการจัดงานกันขึ้นที่บ้านพักในเขตกรุงเทพมหานคร

ซึ่งในภายในงานก็จะมีการดื่มเบียร์และดื่มน้ำโดยพวกเขาทั้งหมด 5 คนนั้นมีการใช้หลอดเดียวกันแก้วเดียวกันหลังจากนั้นก็ไม่ได้เดินทางไปที่ไหนต่อตั้งแต่วันที่ 19 ถึงวันที่ 22 เดือนมีนาคมยังคงอยู่ที่บ้านพักของเพื่อนที่มีการจัดงานกันดังกล่าวจนประมาณวันที่ 23 เดือนมีนาคมหญิงสาวอายุ 22 ปีจึงได้เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็คือที่จังหวัดปราจีนบุรี

โดยเธอได้ขับรถของตนเองกลับบ้านไม่ได้นั่งรถโดยสารไปอย่างไรหลังจากนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ววันที่ 24 เดือนมีนาคมเธอได้ขับรถไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดสระแก้วและพ่อวันที่ 25 เดือนมีนาคมเธอมีความรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายโดยเธอรู้สึกว่าเธอไม่สามารถได้กลิ่นหรือกินอะไรแล้วไม่สามารถรับรถได้แต่เธอก็ไม่ได้เดินทางไปไหนหลังจากนั้นก็กลับไปที่บ้านที่จังหวัดปราจีนบุรี

และพอวันที่ 21 เธอก็นำรถไปตรวจสอบสภาพที่ศูนย์บริการรถยนต์ที่ศูนย์ ci Plus หลังจากนั้นก็มีการเดินทางไปช้อปปิ้งซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าโลตัสแล้วก็กลับบ้านโดยเธอเล่าว่าตอนที่เดินซื้อของที่ห้างโลตัสนั้นเธอเดินไปทั่วทั้งโลตัสและวันที่ 28 เธอเริ่มมีอาการปวดท้องจึงเดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรีในวันดังกล่าว

ที่เธอไปหาหมอนั้นเธอไม่ได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลว่าเธอทำงานอยู่ในกรุงเทพฯก่อนที่จะมาอยู่ที่ปราจีนบุรีเสร็จแล้วในช่วงเย็นเธอก็ไปเดินซื้อของที่ตลาดสดหลังจากนั้นวันที่ 2 เมษายนเพื่อนของเธอก็ได้โทรมาบอกว่าทุกคนที่ไปร่วมงานกันนั้นติดเชื้อไวรัสโควิด-19

และเมื่อเธอเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลก็พบว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19เช่นเดียวกันซึ่งขนาดนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังตามหาผู้ที่เกี่ยวข้องหรือสัมผัสเนื้อตัวของหญิงสาวคนดังกล่าวเพื่อไปทำการตรวจสอบหาเชื้อต่อไป 

โพสท์ใน ข่าวสะท้อนสังคม | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ย้อนรอยสาวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนที่ 5 ของจังหวัดปราจีนบุรี

การปฎิรูปล้างหนี้ขสมก.

กมธ.ชงปฏิรูปล้างหนี้ ขสมก.แสนล้าน

ตอนนี้รัฐสภาของเราได้ว่าไว้ว่า คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ได้แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.ได้พิจารณาเรื่องปัญหาหนี้สินรัฐวิสาหกิจ(องค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ ) โดยได้เชิญ ผอ.องค์กรขนส่วนมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เข้าชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพปัจจุบันว่า พบว่าเมื่อสิ้นปี2562

ที่ผ่านมา มีรถโดยสารที่ให้บริการรวม3,005คัน อัตรากำลังพนักงาน 13,539คน มีผลขาดทุนสุทธิ 516 ล้านบาทมีสินทรัพย์รวม 12,016 ล้านบาท หนี้สินรวม123,627 ล้านบาท จากสภาพปัญหาที่ ขสมก.ประสบคือ รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง 

มีภาระหนี้สินสะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความสามารถชำระได้เพียงแค่ดอกเบี้ยเท่านั้น ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการให้บริการสูง ทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าจ้างเหมาซ่อม ค่าน้ำมันการวิ่งทับซ้อนใสเส้นทางเดียวกัน สภาพที่รถเก่าและทรุดโทรม นั้นก็ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ 

ทั้งนี้ ครม.ได้มีมติเห็นชอบเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการของขสมก.แล้ว ซึ่งขสมก.ได้เสนอแนวทางในการฟื้นฟูกิจการ มีดังนี้

1.การปรับโครงสร้างองค์กรและการปรับลดจำนวนพนักงาน

2.ขอให้รัฐบาลรับภาระด้านดอกเบี้ยเงินกู้ของขสมก.ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 เป็นต้นไป 

3.การปรับปรุงเส้นทางการเดินรถใหม่ให้เหลือ137เส้นทาง

4.การนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบการทำงานและการให้บริการ โดยกมธ.มีข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา อยู่9 ข้อ ก็คือ

1.ขสมก. ควรมุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพด้านการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

2.ควรกำหนดมาตรการแก้ไขเรื่องการขับรถเร็วและการละทิ้งผู้โดยสาร

3.ขสมก.ควรปรับปรุงป้ายรถประจำทางให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

4.ขสมก.ควรมีการอบรมพนักงานให้มีจำสำนึกที่ดีในการให้บริการ

5.ขสมก.ควรปฏิบัติเส้นทางการเดินรถ เพื่อลด ความทับศ้อนของเส้นทางระหว่างรถ ขสมก.และรถร่วมบริการ

6.ขสมก.ควรมีการปรับปรุงการบริการการจัดการเพื่อลดตั้งทุนทั้งในสาวนของค่าใช้จ่ายของพนักงาน สวัสดิการ และการซ่อมบำรุง

7.ขสมอก.ควรจัดใฟ้มีการบริการแบบเช่าเหมาเพื่อให้บริการในรูปแบบของซิตี้ทัวร์

8.ควรกำหนดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการซ่อมบำรุงรถโดยตรง เพื่อลดภาระการจ้างเหมาซ่อมจากหน่วยงานภายนอก

9.ควรนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบการทำงานและการให้บริการ

โพสท์ใน ข่าวที่น่าสนใจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน การปฎิรูปล้างหนี้ขสมก.

สถานการณ์ปัจจุบันของเมืองอู่ฮั่น

มีการอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันของเมืองอู่ฮั่นเข้ามาตอนนี้ตลาดเป็นขายของแล้ว

       สำหรับสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสในเมืองอู่ฮั่นที่สถานการณ์ยังคงร้ายแรงอยู่นั้นจากเดิมที่มีการแจ้งการปิดเมืองประชาชนต่างกลัวที่จะติดโรคไวรัสชนิดนี้จนต่างก็พากันอยู่แต่ในบ้านหรือที่พักอาศัย ต่างก็ไม่กล้าพากันออกมาเดินจนจับจ่ายซื้อของ รวมถึงบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายก็ไม่กล้าออกมาขายของ เพราะต่างก็กลัวว่าจะติดโรคไวรัสโคโรน่านี้กันทั้งนั้น

เพราะส่วนใหญ่ที่คนเป็นโรคนี้จะเสียชีวิตและที่สำคัญยังไม่มีข่าวดีออกมาเลยว่ามียากที่สามารถรักษาโรคชนิดนี้ได้แล้ว ดังนั้นการรักษาโรคไวรัสโคโรน่าจึงเป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น ผู้คนในเมืองอู่ฮั่นต่างก็พากันระแวงกันเอง ดังนั้นอาหารการกินจึงเริ่มขาดแคลน โดยสถานการณ์ล่าสุดที่มีคนไทยที่อาศัยอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นได้ออกมาโพสต์บอกกล่าวเพื่อนในเฟสบุ๊กว่าตอนนี้สถานการณ์ในเมืองอู่ฮั่นเหมือนว่าจะเริ่มดีขึ้นแล้ว

เพราะว่าผู้คนเริ่มที่จะทยอยพากันออกมาขายของและหาซื้อของกินกันบ้างแล้ว อาจจะด้วยของที่เคยซื้อกักตุนไว้เริ่มหมด ผู้คนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกมาจากบ้านเพื่อหาซื้ออาหารไปกักตุนไว้เพิ่มหรือแม้แต่ที่ตอนนี้ทางการจีนได้มีการออกมาสร้างโรงพยาลฉุกเฉินเพิ่มอีก 2 แห่งเพื่อเตรียมเอาไว้รองรับคนป่วยที่อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้

แต่จากสถานการณ์ที่คนไทยคนที่มีการโพสต์เฟสบุ๊กบอกเล่าเรื่องราวภายในเมืองอู่ฮั่นนั้นก็ยังถือว่ายังไม่น่าไว้วางใจซะทีเดียวเพราะ ตอนนี้หน้ากากอนามัยที่มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องใช้กำลังขาดแคลนเป็นอย่างมากรวมถึงเจลสำหรับล้างทำความสะอาดมือก็ขาดแคลนเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่แต่ละคนเริ่มออกมาเดินตามท้องถนนที่มีคนอยู่เยอะเป็นจำนวนมากก็อาจจะเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้

เพราะเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนข้างๆเรามีเชื้อชนิดนี้อยู่หรือไม่ ทีสำคัญในช่วงเวลาแบบนี้ อาหารและน้ำจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องมีและนั่นจะทำให้คนที่มีสินค้าอยู่เริ่มที่จะคิดราคาแพงขึ้นกว่าเดิมเพราะยังซะทุกคนก็ต้องยอมที่จะซื้อเอาไว้รับประทานแน่นอน

ในตอนนี้สถานการณ์อาหารที่เคยขาดแคลนเริ่มดีขึ้นแต่ก็ยังมีราคาสูง  ซึ่งผู้คนที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่นทุกคนคงกำลังหวังว่ารัฐบาลของพวกเขาจะรีบหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานนอกจากจะพากันติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้ว อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตตามมาอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงบอลออนไลน์

โพสท์ใน ข่าวที่น่าสนใจ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สถานการณ์ปัจจุบันของเมืองอู่ฮั่น

เปิดโปง Taxi ขึ้นมายังอยู่แค่ในสนามบิน

เปิดโปง Taxi ขึ้นมายังอยู่แค่ในสนามบิน มิเตอร์เรียกเก็บเงินเกือบจะสองร้อยบาทซะแล้ว

   วันนี้มีข่าวที่เป็นประเด็นร้อนที่มีการแชร์กันว่อนโลกโซเชียว เลย นั่นก็คือมีการเผยแพร่ Video  clip ที่จะเห็นว่ามิเตอร์ที่รถแท็กซี่มักจะกดเวลาเรียกเก็บเงินผู้โดยสารที่ขึ้นมานั่งบนรถของตนนั้นตัวเลขบนมิเตอร์วิ่งเร็วเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของคลิปได้มีการโพสต์ถามเพื่อนเพื่อนในโลกโซเชียวของตนเองว่ามิเตอร์ขึ้นเร็วแบบนี้ตัวเองโดนโกงมิเตอร์หรือไม่

แต่ก็มีการระบุเอาไว้ว่าไม่ได้โวยวายกับคนขับรถแท็กซี่นะ กลัวโดนแท็กซี่ตีตาย แต่จากคำบอกว่าเจ้าของโพสต์มีการระบุว่าค่ารถแท็กซี่ตั้งแต่ยังอยู่ในสนามบินก็ราคาเกือบจะสองร้อยบาทเข้าไปแล้ว แต่ตนก็ไม่กล้าพูดอะไร

ทำได้เพียงถ่ายเป็นคลิปวีดิโอเก็บเอาไว้ เป็นหลักฐานแล้วนำข้อมูลนี้ไปแจ้งกับกรมขนส่งกับท่าอากาศยานเท่านั้น  ซึ่งเมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากและบางคนก็บอกว่าเคยเจอกับตัวเองมาเหมือนกัน

    ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงต้องรอให้กรมขนส่งเรียกคนขับรถแท็กซี่เพื่อไปชี้แจงและตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และหากเป็นเรื่องจริงกรมขนส่งควรมีมาตรการที่ดีกว่าที่ผ่านมาเพราะปัญหาแท็กซี่โกงค่ามิเตอร์ผู้โดยสารนั้นมีให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ บางคนก็เป็นข่าวดัง บางคนก็ไม่อยากเรื่องมากก็ยอมยอมจ่ายเงินไป หากเห็นว่าไมได้โกงมากมายอะไร เพราะต่างก็เข้าใจกันดีว่าเศรษฐกิจช่วงนี้

แย่มากแค่ไหน แท็กซี่เองก็หาลูกค้าไม่ค่อยได้เพราะมีคู่แข่งเยอะเนื่องจากปัจจุบันแท็กซี่มักมีปัญหาในเรื่องการให้บริการบ่อยและมักจะเจอแท็กซี่โรคจิตบ่อยบ่อย และโกงมิเตอร์หรือพูดจาไม่ได้ดีกับผู้โดยสารบ่อยบ่อยเป็นผลให้ผู้โดยสารจึงหันมาใช้บริการรถแกร็บหรือแท็กซี่บ้านกันมากขึ้น เพราะให้บริการที่ดีกว่า รถใหม่กว่าและราคาประหยัดกว่า ที่สำคัญสามารถเรียกแล้วรู้ราคาก่อนเลยว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่

และยังเลือกรถที่จะนั่งได้ด้วยว่าจะเอารถแบบไหน ทำให้คนส่วนใหญ่เลิกใช้บริการรถแท็กซี่  และหากแท็กซึ่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบริการที่ดีขึ้นมากว่านี้ เชื่อว่าประชาชนคงเลิกเรียกใช้บริการแท็กซี่จริงจริงแน่นอน ซึ่งความผิดที่แท็กซีโกงมิเตอร์ผู้โดยสารนั้น ส่วนใหญ่หากผิดจริงก็จะเสียค่าปรับหรืออาจจะมีการสั่งการพักการขับสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์เท่านั้น แล้วก็สามารถกลับมาขับแท็กซี่ใหม่ได้ ทำให้คนที่ทำความผิดไม่ได้เกรงกลับต่อกฎหมาย จึงยังคงทำความผิดกันอยู่เรื่อยเรื่อยเพราะกว่าจะถูกจับได้ก็คงได้เงินจากผู้โดยสารไปเยอะแล้ว

โพสท์ใน ข่าวที่น่าสนใจ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เปิดโปง Taxi ขึ้นมายังอยู่แค่ในสนามบิน

ประโยชน์ของดอกมะลิ

ต้นมะลิ เมื่อนึกถึงต้อนมะลิคงหนีไม่พ้นของที่จะมอบให้แก่ แม่ เพราะมะลิเป็นตัวแทนของความรักอันบริสุทธิ์ และการปลูกมะลิเหมาะกับอากาศของบ้านเรา และดูแลรักษาง่ายการปลูกมะลิ มะลิมีหลายสายพันธ์ อย่างมะลิลา มะลิซ้อน ที่นิยมปลูกกัน และยังมีทั้งแบบเป็นกอ และอย่างเลื้อย และพันธ์อื่นที่เราไม่ค่อยได้เห็นก็มี มะลิไม่ได้มีแต่สีขาวอย่างเดียวส่วนมากคนไทย ประเทศเพื่อนบ้าน มะลิที่สามารถพบเจอในประเทศไทยได้มีไม่กี่สายพันธ์และยังมีสายพันธ์ที่ออกดอกได้ทั้งปีอีกด้วยอาจจะเคยเห็นไม่กี่ชนิด มะลิมีทั้งของประเทศไทยและของ

มะลิมีหลายสายพันธ์

มะลิลา มะลิลา จะเห็นกันบ่อยในประเทศไทย ลำต้นเป็นพุ่ม ออกดอกเป็นกระจุก มีสีขาว ดอกจะร่วงโรยง่าย มีกลีบเลี้ยงซ้อนกันหนึ่งหรือสองชั้นเท่านั้น

มะลุลี มะลุลีก็จัดเป็นมะลิสายพันธ์หนึ่ง ลักษณะของลำต้นเป็นไม้เลื้อยมีขนทั้งต้นดอกจะออกเป็นพวงมีดอกสีขาว ใบแหลมคล้ายหอก กลีบเลี้ยงเป็นแฉกยาว

มะลิก้านแดง  มะลิก้านแดง เป็นไม้เลื้อย แกดอกเป็นกระจุก เมื่อออกดอกตูมจะเป็นสีม่วงแดงและเมื่อถึงเวลาดอกบานจะเป็นสีขาวมีขนาดใหญ่มีกลีบดอกแค่ห้ากลับเท่านั้น ส่วนใบก็จะมีไม่มาก

ลำต้นเป็นไม้ที่รอที่จะเลื้อย ดอกออกเป็นกระจุก กลีบดอกเป็นสีขาว ส่วนใบมีหยักเว้า

มรอเลื้อย ออกดอกเป็นกระจุก และดอกมีการซ้อนกันมากกว่าห้าชั้น

การดูแลมะลิซ้อน มะลิซ้อน ลักษณะเป็นพุ่มะลิไส้ไก่  มะลิไส้ไก่นี้ 

วิธีการดูแลมะลิ ต้องอย่าให้น้ำขังต้นมะลิมากนัก ควรรดน้ำต้นมะลิอย่างน้อยวันละ 2ครั้ง ควรรดน้ำให้ชุ่ม และการรดน้ำครั้งต่อไป ในแต่ละครั้งควรดูให้ดินแห้งเสียก่อนไม่เช่นนั้นต้นของมะลิ รากอาจเกิดเป็นราขึ้นมาได้ และควรปลูกในที่มีแดดอ่อน ไม่ให้โดนแดดจ้ามากนัก และขยันตัดแต่งกิ่ง อย่าให้ใบมากไป แมลงจะชอบ ควรให้ปุ๋ยคอกแค่อาทิตย์ละครั้ง

ประโยชน์ของดอกมะลิ

นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ในวันแม่แล้ว มะลิ ยังสามารถไปทำอาไรได้อีกหลายอย่าง อย่างร้อยมาลัยถวายพระ การร้อยมาลัยยังสร้างอาชีพได้ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญหรืองานศพก็ยังต้องมีดอกมะลิ ร่วมงานด้วยทุกงาน ยังเป็นดอกไม้ที่ส่งออกนอกประเทศ ทั้งดอกทั้งต้น ล้วนมีสรรพคุณมากมาย ใบใช้รักษาแผลได้ ดอกนำมาตากแดดชงเป็นชาได้ด้วยและยังมีประโยชน์ของดอกมะลิอีกมาก

การปลูกมะลิ มีหลายแบบให้เลือกปลูกก็ลองเลือกสักวิธี อย่างการตอนกิ่ง ทาบกิ่งหรือปักชำ ลองมาเลือกวิธีปลูกต้นมะลิกันเถอะ ว่าอย่างไหนดี เผื่อวันแม่ที่ใกล้จะถึงอาจจะมีต้นมะลิ ที่ปลูกด้วยมือตังเองมาให้แม่ได้ปลื้มใจ 

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ประโยชน์ของดอกมะลิ

คนร้ายสุภาพบุกเดี่ยวปล้นร้านทอง ได้ทองไป 14 บาท

 ที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองได้มีเหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยว สวมเพียงหน้ากากอนามัยและสะพายกระเป๋าเป้ บุกเข้าไปปล้นร้านทองคนเดียว

โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านใดใดเลย ซึ่งคนที่ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคือลูกชายของเจ้าของร้านทอง ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่มีการปล้นร้านทอง  โดยลูกชายเจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า ชายคนร้ายได้ใส่หน้ากากอนามัยเดินเข้ามาภายในหลังทำทีเหมือนกันลูกค้าที่จะมาซื้อทองปกติทั่วไป เมื่อมาถึงก็ถามราคาทองว่าขายบาทละเท่าไหร่

และมีการเลือกลายทองหลังจากนั้นก็ให้ตัวเองเอาทองออกมาให้เลือกลาย ซึ่งเมื่อทางลูกชายเจ้าของร้านทองส่งทองให้ดูรวมทั้งหมด 7 ลายคนร้ายก็ได้ล้วงปืนจากในกระเป๋าเป้แล้วพูดกับคนขายด้วยความสุภาพมีคำพูดที่ลงท้ายด้วยคำว่าคับทุกคำ ซึ่งลักษณะการพูดจะเหมือนกับคนร้ายมาซื้อทองปกติ ทำให้ลูกชายของเจ้าของร้านทองอีกคนที่นั่งเล่นคอมฯอยู่ใกล้ใกล้ไม่รู้เลยว่ากำลังมีเหตุการณ์ปล้นทองกันเกิดขึ้นเมื่อคนร้ายได้ทองใส่กระเป๋าเป้ไปแล้วก็สั่งให้เปิดประตูร้านและมีการขู่ยิง

ลูกชายเจ้าของร้านกลัวจึงได้เปิดประตูร้านให้และคนร้ายก็ได้เดินออกไปจากร้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและหลังจากนั้นทางร้านทองจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยตามจับคนร้ายให้ โดยทางร้านมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพได้และเห็นใบหน้าคนร้ายค่อนข้างชัดเจน ซึ่งตอนนี้ทางร้านทองได้มีการอัดฉีดมาด้วยว่าหากใครที่ให้เบาะแสคนร้ายจนสามารถจับตัวได้จะได้เงินรางวัล หนึ่งแสนบาทเป็นการตอบแทน ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานน่าจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้

             เหตุการณ์ปล้นร้านทองในครั้งนี้ คนร้ายอาศัยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบาดทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสนี้ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าจนสามารถเดินเข้ามาในร้านทองได้อย่างสบาย และยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี คนตกงานและว่างงานก็เยอะมากยิ่งขึ้นทำให้มีคนร้ายฉุกชุมและเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนร้ายหน้าตาเป็นอย่างไร

เพราะจะมีหน้ากากอนามัยคอยช่วยในเรื่องของการปิดบังใบหน้าได้ในส่วนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ทางร้านทองหรือร้านค้าอื่นอื่น ควรต้องมาความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะคนที่เดินเข้าร้านไปอาจจะเป็นลูกค้าที่ต้องการมาซื้อของจริงจริงก็ได้หรืออาจจะเป็นคนร้ายที่ต้องใจมาปล้น หรือมาขโมยก็ได้ เพราะตอนนี้เราไม่สามารถแยกแยะออกได้แล้วเพราะทุกคนต่างก็กลัวการติดเชื้อไวรัสจึงพากันใส่หน้ากากอนามัยเหมือนกันหมด จนเป็นเหตุให้คนร้ายกล้าที่จะมาปล้น 

โพสท์ใน ข่าวสะท้อนสังคม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน คนร้ายสุภาพบุกเดี่ยวปล้นร้านทอง ได้ทองไป 14 บาท